พนักงานแบงก์ "ธนชาต" ร้องถูกผู้บริหารบีบให้ออก หากไม่ยอมย้ายมาทำงานใน กทม.

  

   พนักงานแบงก์ธนชาตร้องกรมสวัสดิการฯ ช่วยเหลือหลังถูกผู้บริหารสั่งย้ายที่ทำงานจากต่างจังหวัดมา กทม.ร่วม 300 ชีวิต หากไม่ยอมก็ให้ลาออก โดยไม่มีการชดเชยเยียวยา เสนอทำโครงการจำใจจากมีเงินช่วยเหลือ

     วันนี้ (12 ก.ย.) ตัวแทนพนักงานธนชาต ประมาณ 30 คน นำโดย นายสุรเนตร พรพิสุทธิ์ เลขาธิการสหภาพแรงงานธนาคารธนชาต เดินทางมายังกระทรวงแรงงาน เพื่อยื่นหนังสือต่อ นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เพื่อให้ความเป็นธรรมกรณีผู้บริหารธนาคารธนชาติ มีคำสั่งให้พนักงานสังกัดส่วนงานปฏิบัติการธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ในส่วนภูมิภาค ทั่วประเทศกว่า 300 คน เข้ามาปฏิบัติงานในกรุงเทพฯ จนเป็นที่เดือดร้อน เนื่องจากบางส่วนมีครอบครัวไม่สะดวกเข้ามาปฏิบัติงาน โดยมีนายอภิญญา สุจริตตานันท์ รองอธิบดี กสร. เป็นผู้รับมอบ 
นายสุรเนตร กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ทางบริษัทได้ออกประกาศว่า จะมีการปรับโครงสร้างรวมอำนาจมาไว้ที่ส่วนกลาง แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรต่างๆ แต่มีการเดินสายพูดคุยเป็นรายบุคคล โดยยื่น 3 ทางเลือกให้พนักงานคือ 1. ให้เข้ามาประจำที่สำนักงานใหญ่ใน กทม. 2.ให้ไปประจำส่วนอื่นๆ ที่สำนักงานต่างจังหวัด ซึ่งส่วนงานอื่นๆ ก็ไม่ได้ขยายการรับคนเพิ่ม และ 3. การจำใจจาก ซึ่งเมื่อถามถึงเรื่องนี้ คำตอบแรกที่ได้รับคือเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งหากพนักงานไม่เลือกก็ลาออก เมื่อลาออกก็ไม่ได้เงินชดเลยอะไร ทำให้สงสัยว่าแบบนี้เป็นการบีบให้ลาออกหรือไม่ ซึ่งหลายๆ คนไม่สามารถเข้ามาปฏิบัติงานที่ส่วนกลางได้จริงๆ ขณะนี้มีประมาณเกือบ 200 คน และยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการชดเชย เยียวยา 

     "ที่ผ่านมามีหลายๆ ปัญหา ที่มีการพูดคุยกับผู้บริหารผ่านทางสหภาพแต่ไม่ถูกรับฟัง เมื่อมีปัญหาล่าสุดนี้ จึงไม่มีความมั่นใจในฝ่ายบริหาร จึงต้องมาขอให้กระทรวงแรงงานช่วยเหลือ โดยมีข้อเสนอมาด้วย 3 ข้อ คือ 1. ระหว่างเจรจาข้อร้องเรียนและการช่วยเหลือพิเศษ ให้มีการคุ้มครองแรงงานตามกฎหมาย 2. ถ้าการเจรจายังไม่ได้ข้อยุติ ขอให้ทางธนาคารชะลอโครงการก่อน และ 3. ขอให้ธนาคารเป็นโครงการจำใจจากสำหรับพนักงานที่ไม่อยากมาทำที่ส่วนกลาง โดยกำหนดเงินช่วยเหลือเป็น 2 ส่วน คือ 1. ช่วยเหลือตามกฎหมายแรงงาน 2. ธนาคารพิจารณาช่วยเหลือพิเศษ" นายสุรเนตร กล่าว

     ด้าน นายอภิญญา กล่าวว่า เรื่องการปรับโครงสร้างและบริหารงานบุคคลเป็นเรื่องที่ สถานประกอบการต่างๆ สามารถทำได้อยู่แล้ว แต่ก็ต้องให้มีความเป็นธรรมกับพนักงาน ลูกจ้างด้วย ซึ่งเรื่องนี้ กสร.จะเชิญฝ่ายนายจ้าง และพนักงานให้มาพูดคุยไกล่เกลี่ย หาทางออกร่วมกัน โดยใช้หลักแรงงานสัมพันธ์ ไม่เอากฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าจำเป็นต้องใช้กฎหมายก็ให้เป็นวิธีสุดท้าย ทั้งนี้การพูดคุยอาจจะไม่จบภายในครั้งเดียวแต่จะพยายามแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด ซึ่งวันนี้ตัวแทนฝ่ายนายจ้าง จะเข้ามาติดต่อที่ กสร. จึงถือโอกาสนี้ในการให้ตัวแทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างพูดคุยเจรจากันเพื่อหาข้อยุติร่วมกันต่อไป